ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
    กลุ่มอาหารเสริม
     ไฮ-บี โปรโพลิส
     ไฮ-ฟรี ท๊อกซ์
     ไฮ-โฟลว์
     ไฮ-มาริโกลด์ พลัส
     ไฮ-เฟล็กซ์
   กลุ่มเครื่องสำอาง
     ฟองแตน เดอ ลา เชอแนส
   กลุ่มลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน
     ทริมวัน โลชั่น
     ทริมวัน เพาเดอร์
   สุขภาพน่ารู้
     โรคสะเก็ดเงิน
     โรคหัวใจ
     โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต
     โรคความดันโลหิตสูง
     โรคเบาหวาน
     โรคตับ
     โรคมะเร็ง
     โรคเอดส์
     โรคเกี่ยวกับตา
     โรคข้อเข่าเสื่อม
     โรคอัลไซเมอร์
   สาระน่ารู้
     โปรโพลิส:Propolis
     ลูทีน:Lutein
     ผลบิลเบอร์รี่:Bilberry
     เบต้าแคโรทีน:Beta Carotene
     กลูโคซามีน:Glucosamine
     คอนดรอยติน:Chondroitin
   ประสบการณ์จากผู้ใช้
     โรคเบาหวาน(ป้าสมบัติ)
     โรคเบาหวาน(คุณเหมียว)
     โรคเบาหวาน(คุณสุวรรณ)
     โรคสะเก็ดเงิน(บ้านโคก)
   Clip VDO
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 148
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 111,903
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
24 เมษายน 2557
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  
10  11  12 
13  14  15  16  17  18  19 
20  21  22  23  24  25  26 
27  28  29  30       
             

ตรวจสอบสถานะ EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน
เว็บพันธมิตร...
www.ok7171.com
www.AslPlaza.com
 http://www.ok7171.com/บทความ-showdetail-13662-21210-immura_sesameal_cap.html

  สุขภาพน่ารู้
โรคสะเก็ดเงิน
[28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]จำนวนผู้เข้าชม 7197 คน

Hi Bee Propolis ไฮ บี โปรโพลิส เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน เรื้อนกวาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ของผู้ที่มีปัญหารโรคสะเก็ดเงิน
โรคสะเก็ดเงิน(เรื้อนกวาง) กับผลิตภัณฑ์วิจัยฯ Hi-Bee Propolis
ผลิตภัณฑ์ ไฮ-บี โพรพอลิส (Hi-Bee Propolis)
เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้เป็นโรคสะเก็ดเงิน คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ!!!

ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง ไม่มีสเตอรอยด์ ได้รับมาตรฐาน CGMP
เลขทะเบียน 
อย. 10-3-12050-1-0001
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณธนนนท์ สินฤกษ์ โทร 082-448-0888

ไฮ-บี โปรพอลิส เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาจากธรรมชาติ จากประเทศออสเตรเลีย และทำการบรรจุโดย บริษัท กรีน ฟอร์ช เอนเตอร์ไพรส์ (Green Force Enterprise Inc.) ได้รับมาตรฐานรับรอง CGMP (Current Good Manufacturing Practices) ผลิตภัณฑ์นี้มี สารไบโอฟลาโวนอยด์
เป็นส่วนประกอบไม่น้อยกว่า 10% มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ ที่มีลักษณะเหมือนกันในตลาด ได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ไม่มีแอลกอฮอร์ 100%

โปรพอลิส ได้ถูกนำมาใช้ นานมากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว สำหรับรักษาแผลติดเชื้อ และโรคร้ายอื่นๆ โปรพอลิสเป็นยางไม้ ที่ได้มาจากตาไม้ ซึ่งผึ้งหามา และเก็บใส่ตะกร้อเก็บเกสร และนำกลับรัง ผึ้งจะผสมผสานส่วนต่างๆ เข้ากับแผ่นไขผึ้งเก็บไว้ที่ท้องของผึ้ง 
โปรพอลิส  จะถูกนำมาใช้ เคลือบภายในหลอดรวงสำหรับตัวอ่อน เพื่อเตรียมสำหรับการวางไข่ของผึ้งนางพญา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ด้วยคุณสมบัติเป็นยาที่ป้องกันการเน่าเสีย และช่วยฆ่าพิษ โปรพอลิสจึงเป็นเสมือนโรงพยาบาลที่คอยป้องกันภัย และทำความสะอาดสำหรับการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนของผึ้ง
หน้าที่ของโปรพอลิส
โปรพอลิส เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ มันจะต่อสู้กับแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยจะไม่ทำลายแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ หรือที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ซึ่งโปรพอลิสได้ถูกพิสูจน์ว่า เป็นตัวต่อต้านแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ยาเคมีปฏิชีวนะ

โปรพอลิส มีคุณสมบัติต่างๆ ประกอบด้วย ต่อต้านแบคทีเรีย, ต่อต้านเชื้อรา, ต่อต้านไวรัส (รวมทั้งเชื้อ HIV-1), ต่อต้านอนุมูลอิสระ, ต่อต้านสารก่อมะเร็ง, ป้องกันโรคเส้นเลือดตีบ และเพิ่มกลไกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ตัวอย่างผู้ใช้ Hi Bee Propolis

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โรคสะเก็ดเงิน (เรื้อนกวาง)

โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคเรื้อนกวาง เป็นได้ทุกเพศทุกวัย

       โรคสะเก็ดเงิน  เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยชนิดหนึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Psoriasis” โรคนี้เกิดจากเหตุปัจจัยหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงสาเหตุเดียว ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค สารเคมีหรือสภาวะทางฟิสิกส์ที่เป็นพิษต่อผิวหนังโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากพันธุกรรมหรือยีนที่ผิดปกติหลายชนิดร่วมกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่ไม่เหมาะสมมากระตุ้นให้โรคปรากฏขึ้น อาการผื่นผิวหนังเป็นได้หลายรูปแบบที่พบบ่อย คือ ผิวหนังอักเสบเป็นปื้นแดง (Erythematous plaque) ลอกเป็นขุย เป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยบางรายเป็นเฉียบพลันแล้วผื่นก็หายไป บางรายเป็นผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ความผิดปกติอื่นๆที่อาจพบได้ คือ ความผิดปกติที่เล็บ ข้ออักเสบ เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติของเล็บหรือปวดข้อนำมาก่อน หรือเกิดขึ้นพร้อมๆกับอาการผื่นผิวหนังอักเสบ

เด็ก เป็นโรคสะเก็ดเงินได้ไหม
      โรคสะเก็ดเงินเป็นในเด็กได้แต่พบน้อยกว่าผู้ใหญ่มากทั้งนี้เพราะปัจจัยกระตุ้นให้โรคปรากฏในเด็กมีไม่มาก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ความเครียดทางจิตใจ เป็นต้น
ทำไมคนบางคนจึงเป็นโรคสะเก็ดเงิน
      คนเป็นโรคสะเก็ดเงินเพราะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นพื้นฐานแล้วมีสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการและอาการแสดงทางผิวหนัง เล็บบางรายอาจเกิดอาการอักเสบของเอ็นและข้อร่วมด้วย ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันได้มาก ทั้งแง่ขนาดการกระจายและความรุนแรงของผื่น ที่กล่าวว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรมไม่จำเป็นที่บิดา มารดา พี่น้องหรือญาติผู้ป่วยต้องเป็นโรคนี้ทุกคน เพียงแต่ว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะเป็นโรคนี้อยู่ ญาติพี่น้องของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้สูงกว่าคนทั่วๆไปหรืออีกนัยหนึ่งคือมักพบคนในครอบครัวเป็นโรคเดียวกับผู้ป่วย
ทำไมถึงเรียกว่า “โรคสะเก็ดเงิน”? 
      เหตุที่เรียกโรคนี้ว่า “โรคสะเก็ดเงิน” เพราะลักษณะของผื่นในโรคนี้จะเป็นปื้นหรือตุ่มสีแดงขอบเขตชัดเจน บนผิวของผื่นผิวหนังอักเสบของโรคนี้จะมีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงินปกคลุมอยู่จึงให้ชื่อโรคนี้ว่า “โรคสะเก็ดเงิน” เมื่อแกะเกาสะเก็ดให้หลุดลอกออกจากผิวหนังจะเห็นจุดเลือดออกบนผิวของผื่นที่อักเสบแดง ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีตุ่มหรือปื้นแดงที่มีสะเก็ดสีขาวให้เห็นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับระยะของโรค
สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน
      โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่มีแบบแผนการถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่ชัดเจน พบว่าถ้าบิดาและมารดาเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้สูงร้อยละ 65-83 ถ้าบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้ลดลงเหลือร้อยละ 28-50 ถ้าทั้งบิดาและมารดาไม่เป็นโรคนี้เลย บุตรมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยลงไปเหลือเพียงร้อยละ 4 ถ้ามีพี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้โดยที่บิดาและมารดาไม่เป็นโรคบุตรคนถัดไปมีโอกาสที่จะเป็นโรคสูงขึ้นถึงร้อยละ 24 ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานของการเกิดโรค การเกิดอาการของโรคไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ถึงผู้ป่วยจะมีลักษณะทางพันธุกรรมของโรคสะเก็ดเงินอยู่ ถ้าไม่มีปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมมากระทบผู้ป่วยก็จะไม่เกิดอาการของโรค ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรสังเกตและพยายามจับให้ได้ว่าปัจจัย แวดล้อมอะไรทำให้โรคของตนกำเริบ แล้วพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้โรคกำเริบ พึงเข้าใจว่าปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบในผู้ป่วยแต่ละรายไม่จำเป็นต้องเหมือนกันปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงินใต้ราวนม

      สิ่งแวดล้อมที่กระทบร่างกายของผู้ป่วยแล้วทำให้โรคกำเริบแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย
ปัจจัยภายนอก
      สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยที่อาจทำให้โรคกำเริบ คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้แก่จุลชีพชนิดต่างๆ สารเคมีและสภาพทางฟิสิกส์ ผู้ป่วยต้องสัมผัสสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อยู่เป็นประจำทุกวัน ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้บางครั้งรุนแรง จะทำให้ผิวหนังของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติพื้นฐานทางพันธุกรรมอยู่เกิดอาการผิวหนังอักเสบขึ้นได้ บางครั้งปัจจัยแวดล้อมที่ระคายผิวหนังน้อย แต่มีปัจจัยเหล่านี้หลายๆปัจจัยมากระทบผิวหนังพร้อมๆกันก็สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินที่สงบอยู่กำเริบได้ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการกำเริบและควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดีด้วยยาหรือการรักษาอื่นๆ แพทย์ผู้ดูแลรักษาและผู้ป่วยต้องร่วมกันสังเกต เฝ้าดูปัจจัยแวดล้อมต่างๆอย่างละเอียดเพื่อที่จะหาปัจจัยภายนอกที่มีความสัมพันธ์กับการกำเริบของโรค ปัจจัยที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งคือปัจจัยภายในตัวผู้ป่วยเอง ได้แก่ โรคติดเชื้อซ่อนเร้นของอวัยวะภายใน การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาบางอย่าง เช่น ระยะที่มีประจำเดือนของสตรีเพราะในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางระดับของฮอร์โมนในร่างกาย นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจรวมทั้งความเครียดและความรุ่มร้อนจากการงาน สภาวะทางครอบครัว ความเจ็บป่วยที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้โรคกำเริบได้
      ภายหลังจากการเฝ้าดูและค้นหาอย่างดีแล้วจะมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถหาปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นให้โรคกำเริบได้ กรณีเช่นนี้ทั้งผู้ป่วยและญาติอย่าได้กังวลจนเกินไปขอให้วางใจเป็นกลาง(อุเบกขา) มีขันติและติดตามเฝ้าดูและหาปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นต่อไป เพราะถึงจะหาปัจจัยที่กระตุ้นโรคให้กำเริบไม่ได้ แพทย์ก็มี ยาพอที่จะทุเลาอาการของโรคได้ ไม่มีปัจจัยใดที่จะคงอยู่ตลอดไปในไม่ช้าปัจจัยต้นเหตุที่กระตุ้นให้โรคกำเริบก็จะปรากฏให้เห็นหรือไม่ก็ผ่านพ้นไป โรคที่รุนแรงจะสงบลงได้ในที่สุด ขอยกตัวอย่าง ปัจจัยภายนอกที่แพทย์พบว่าสามารถทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจจะได้คอยระวัง และหลบหลีกปัจจัยต้นเหตุที่ทำให้โรคกำเริบดังกล่าว
      ปัจจัยทางเคมี สารเคมีที่ผู้ป่วยสัมผัสที่สำคัญคือ อาหาร ยา สารเคมีในที่ทำงาน สารเคมีที่มีการบันทึกไว้ว่าสามารถทำให้โรคกำเริบได้แก่ ยาบางชนิดถ้าผู้ป่วยรับประทานแล้วจะทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น ยารักษาโรคจิตประสาทกลุ่ม Lithium ยารักษาโรคมาเลเรีย ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม Beta adrenergic blocking agent ยาสตีรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด ดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาหม้อ ยาจีน ยาไทย บางชนิดแอบผสมสตีรอยด์เข้าไปในส่วนผสมของยา
      ยาสตีรอยด์ทั้งชนิดรับประทานและฉีดจะทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินสงบลงได้ในระยะแรกๆที่ได้รับยา แต่เมื่อใช้ไปในระยะยาวจะมีผลข้างเคียงสูงมาก เช่น ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคเบาหวานกำเริบ กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรง ความดันโลหิตสูง กระดูกผุ เป็นต้น
      ปัจจัยทางชีวะ คือสิ่งมีชีวิตที่ก่อโรคกับคน ตั้งแต่จุลชีพชนิดต่างๆได้แก่เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และปรสิตรวมทั้งแมลงต่างๆด้วย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำให้เกิดโรคกับผู้ป่วยแล้วส่งผลกระทบทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ ตัวอย่างเช่น โรคคออักเสบจากไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียสเตร็พโตคอคคัส (Streptococcus species) โดยเฉพาะในเด็ก โรคติดเชื้อ HIV สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ อาการผื่นผิวหนังอักเสบของโรคจะรุนแรงควบคุมได้ยาก ถ้าผู้ป่วยเกิดโรคติดเชื้อดังกล่าวซ้อนลงบนโรคสะเก็ดเงิน สำหรับโรคติดเชื้ออื่นๆ ก็สามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้เช่นเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์อาจไม่ชัดเจนเหมือน 2 โรคดังกล่าวแล้ว
      ปัจจัยทางฟิสิกส์ ผิวหนังของผู้ป่วยเมื่อกระทบกับสภาวะทางฟิสิกส์ที่รุนแรง เช่น การแกะเกา ขูด กด เสียดสี ทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินกำเริบ และลุกลามออกไปได้ จึงมักพบผื่นของโรคสะเก็ดเงินบริเวณ ศอก เข่า ก้นกบ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีการแกะเกาเสียดสีมากที่สุด

ปัจจัยภายในร่างกาย 
      ผิวหนังเป็นอวัยวะที่อยู่นอกสุดของร่างกาย แต่ไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ไปจากอวัยวะภายในอื่นๆของร่างกาย ปัจจัยภายในร่างกายรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในร่างกายเช่นการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โรคของอวัยวะภายในต่างๆเช่น โรคตับ โรคไต เป็นต้นการเปลี่ยนแปลงและโรคต่างๆ ของอวัยวะภายใน จะส่งผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อผิวหนังด้วยเสมอ ดังนั้นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการกำเริบได้เมื่อเกิดโรคกับอวัยวะภายในอื่นๆ
      ปัจจัยทางด้านจิตใจ
      สภาพทางจิตใจของผู้ป่วยมีอิทธิพลต่ออาการของโรคสะเก็ดเงิน เช่นเดียวกับปัจจัยภายนอกและภายในร่างกาย พบว่าผู้ป่วยที่เครียด หงุดหงิด โกรธง่าย นอนไม่หลับ ผื่นจะกำเริบแดงขึ้น คันมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต้องแกะเกา ส่งผลให้โรคกำเริบ
    โดยสรุปว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย รวมทั้งปัจจัยทางด้านจิตใจ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคหรือส่งเสริมให้โรคที่สงบอยู่กำเริบ เป็นมากขึ้นหรือโรคยังคงเป็นอยู่และดำเนินต่อไป

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน

ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ 


      ปัจจัยทางเคมี
- การระคายเคืองจาก ดีเทอร์เจน ผงซักฟอก สบู่ ครีมที่มีกรดผสม เช่น ครีมลอกหน้า ขัดผิว
- ยาจีน ยาหม้อ สมุนไพรต่าง ๆที่ใช้ทาหรือรับประทาน
- ยาแผนปัจจุบันบางชนิดทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่นยาลดความดัน และลดอัตราการเต้นของหัวใจ กลุ่ม Beta- adrenergic blocking         
  agents , Lithium , ยาแก้ปวด Indomethacin Quinidine , ยาต้านมาเลเรีย ( Anti-malarial )
- ยาสตีรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด
      ปัจจัยทางชีวะ
      โรคติดเชื้อที่คอ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง และโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ยุงแมลงกัดต่อย
      ปัจจัยทางฟิสิกส์ 
      การกระทบกระแทก ถูกมีดบาด ยุงแมลงกัดต่อย การแกะเกา กด ถู ดึง ลอก หยิก
      ปัจจัยทางจิตใจ
      ความเครียด เร่าร้อน ความโกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียว

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

โรคสะเก็ดเงินที่มือและนิ้ว

• - การดื่มเหล้า
• - การสูบบุหรี่
• - เล่นการพนัน
• - ความเครียดทั้งทางกายและทางใจเช่น ความวิตก กังวล ความกลัว หงุดหงิด ฉุนเฉียว
• - การเล่นกีฬาหักโหม
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย
- ระยะมีประจำเดือน/หมดประจำเดือน
- ระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอด

อาการและอาการแสดง
โรคสะเก็ดเงินมีอาการและอาการแสดง ที่อวัยวะต่างๆ ดังนี้
1. ผิวหนัง ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า รวมทั้งฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
ผื่นผิวหนัง ของโรคสะเก็ดเงิน (ดูรูปประกอบ)
    ผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงิน เกิดที่ตำแหน่งใดของผิวหนังก็ได้ ผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการและอาการแสดงแตกต่างกันได้อย่างมาก ตำแหน่งผิวหนังที่พบผื่นบ่อย ได้แก่บริเวณที่มีการเสียดสี แกะเกา เช่น ศอก เข่า แขน ขา ก้นกบ คอ ศีรษะ ลักษณะสำคัญของผื่นโรคสะเก็ดเงิน คือเป็นปื้นหนา มีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงิน เมื่อแกะเกาให้สะเก็ดหลุดออก จะพบจุดเลือดออกอยู่บนผื่นผิวหนังที่อักเสบแดง การแกะเกาทำให้ตุ่ม หรือปื้นผิวหนังที่อักเสบขยายวงกว้างออกหรือทำให้เกิดตุ่มผิวหนังอักเสบเกิดใหม่ตามรอยเกา ผื่นผิวหนังอักเสบแยกย่อยเป็นลักษณะต่างๆดังนี้

โรคสะเก็ดเงินที่ศีรษะ

ลักษณะผื่นผิวหนังอักเสบโรคสะเก็ดเงิน มีรูปร่างและการกระจายของผื่นดังนี้:
1. ตุ่มแดง ตามรูขน
2. ปื้นแดง หนา เป็นวงกลม บริเวณศอก เข่า มือ ก้นกบ (Psoriasis vulgaris)
3. ผื่น แดง มีขุย บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก (Seborrheic area) เช่น หนังศีรษะ หลังหู หน้าผาก ร่องจมูก หน้าอก (Sebo-psoriasis)
4. ตุ่มแดง ขนาดเล็กกว่า 1 ซม. กระจายตามตัว (Guttate psoriasis)
5. ผื่นแดงขนาด 4-5 ซม. คันกระจายตาม แขน ขา (Nummular psoriasis)
6. ผื่นหรือปื้นแดงตามข้อพับ ขาหนีบ (Intertriginous psoriasis)
7. ผื่นแดงเป็นวงแหวน คล้ายแผนที่ (Annular psoriasis, figurate psoriasis)
8. ผื่นหรือปื้นหนาแดงมีสะเก็ดสีขาวกระจายทั่วตัว (Psoriasis universalis)
9. ผื่นแดงลอกทั้งตัว ( Erythroderma)
10. ตุ่มหนองตามฝ่ามือฝ่าเท้า นิ้วมือหรือนิ้วเท้า (Localized pustular psoriasis)
11. ตุ่มหนองกระจายทั่วตัว ผู้ป่วยมักมีอาการตามระบบร่วมด้วยเช่น ไข้สูง ปวดเมื่อย (Generalized pustular psoriasis)
12. ผื่นโรคสะเก็ดเงินที่เยื่อบุ ( Mucosal psoriasis) ตำแหน่งที่พบผื่นแดงเป็นขุยบ่อยอยู่ที่ บริเวณอวัยวะเพศ
ผู้ป่วยบางรายมีตุ่มหรือปื้นผิวหนังอักเสบเฉพาะที่ศอก เข่า แขน ขา เพียง 2-3 แห่งเท่านั้น บางรายเป็นผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณข้อพับ เช่น ขาหนีบ ร่องก้น ตุ่มหนองตามฝ่ามือฝ่าเท้าหรือเป็นตุ่มหนองเฉพาะที่ปลายนิ้วมือหรือเท้าผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่เป็นรุนแรง ผื่นผิวหนังอักเสบแดงจะเป็นทั่วทั้งตัวผื่นแดงลอกเป็นสะเก็ดทำให้ผู้ป่วยเสียโปรตีนไปกับสะเก็ดผิวหนัง นอกจากนี้ยังเสียความร้อนในร่างกายหรือน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย หนาวสะท้านเพราะเสียความร้อนไปทางผิวหนังตลอดเวลา  ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เกิดตุ่มหนองกระจายทั่วตัว
     ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินเกิดอาการเอ็นและข้ออักเสบ ร้อยละ5.4-7 ร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการข้ออักเสบเกิดตามหลังอาการผื่นผิวหนังอักเสบ พบเพียงร้อยละ 15 ที่อาการข้ออักเสบนำหน้าอาการผิวหนังอักเสบ อีกร้อยละ10 อาการผิวหนังอักเสบและอาการข้ออักเสบเกิดขึ้นพร้อมๆกัน อาการปวดข้อและข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินแบ่งเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะอาการและอาการแสดงทางผิวหนัง ดังนั้นอาการทางข้อในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มย่อมแตกต่างกันข้ออักเสบที่พบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อเท้า ข้อศอก หรือข้อไหล่ ข้อต่อของกระดูกสันหลัง ข้อสะโพกก็พบได้ อาการบวมแดงร้อนตามข้อเหล่านี้ แสดงถึงการอักเสบที่รุนแรง ถ้ามีควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

สะเก็ดเงินขึ้นที่เล็บ

2. เล็บมือและเท้า
โรคสะเก็ดเงินของเล็บมือและเล็บเท้า ความผิดปกติที่เล็บมือพบได้ถึงร้อยละ50 เล็บเท้าพบได้ร้อยละ 35 ลักษณะผิดปกติที่พบมีตั้งแต่ ผิวของเล็บเป็นหลุมเล็กๆ จนถึงเล็บผิดรูปขรุขระทั้งเล็บ ลักษณะผิดปกติที่พบนอกจากนี้ ได้แก่ เล็บหนา มีขุยขาวใต้เล็บ เล็บล่อนจากพื้นเล็บ เป็นต้น
3. ข้อ ทุกแห่งของร่างกายรวมทั้งข้อกระดูกสันหลังด้วย 
      โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน
      ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินบางรายมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วย อาการข้ออักเสบจะเกิดตามหลังผื่นผิวหนังอักเสบ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินเกิดพร้อมๆ กับผื่นผิวหนังอักเสบ หรือมีอาการทางข้ออักเสบนำมาก่อนก็ได้ ข้อที่เกิดการอักเสบบ่อยคือ ข้อนิ้วมือส่วนปลาย ข้อมือ ศอก เข่า ข้อกระดูกคอ กระดูกสันหลังเป็นต้น เมื่อมีอาการอักเสบจะมีอาการบวมแดงร้อน ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะเกิดอาการพิการของข้อได้
การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินอย่างองค์รวมเป็นอย่างไร? 
   โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นพื้นฐาน มีปัจจัยภายนอก ภายในร่างกายและปัจจัยทางด้านจิตใจของผู้ป่วยเป็นตัวกระตุ้นหรือส่งเสริมให้โรคกำเริบ ดังได้กล่าวมาแล้วว่าโรคสะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลของเหตุและปัจจัยหลายๆอย่างมากระทบกันแล้วทำให้ปรากฎอาการของโรคให้เห็น อาการของโรคจึงมีได้หลายรูปแบบ ยาหรือวิธีการรักษาโรคนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขที่ต้นเหตุ คือความ ผิดปกติทางพันธุกรรมที่ผู้ป่วยแต่ละคนมีอยู่ได้ การรักษาที่มีอยู่จึงเป็นเพียงการควบคุมอาการของโรคและรอเวลาให้ปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำเริบ ผ่านพ้นไปหรือแพทย์และผู้ป่วยสามารถหาปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำเริบพบแล้วหาทางกำจัดปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น แพทย์ตรวจพบว่าโรคสะเก็ดเงินกำเริบเพราะมีการติดที่คอ แพทย์ก็จะให้ยาปฏิชีวนะทำลายเชื้อสเตร็ฟโตคอคคัสที่คอพร้อมๆไปกับการให้ยาทาควบคุมผื่นผิวหนังอักเสบของผู้ป่วยร่วมไปด้วย ผู้ป่วยก็จะหายจากอาการของโรคได้ เป็นที่น่าเสียใจที่ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมักจะหาปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำเริบไม่พบหรือบางครั้งหาพบแต่ผู้ป่วยและแพทย์ไม่สามารถกำจัดปัจจัยที่เป็น ตัวกระตุ้นให้โรคกำเริบไปได้อย่างถาวร ตัวอย่างเช่น ความเครียด ความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ ปัญหาทางด้านครอบครัว อาชีพ การงานรวมทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัวอื่นๆ การควบคุมโรคสะเก็ดเงินให้ได้ดีจึงไม่ใช่การใช้ยาหรือพึ่งแพทย์แต่เพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยและญาติต้องร่วมมือกับแพทย์สังเกตสิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยแวดล้อมรอบตัวที่ทำให้โรคกำเริบ คือ ปัจจัยทางเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ทั้งภายนอกและภายในตัวผู้ป่วย รวมทั้งปัจจัยทางด้านจิตใจด้วย

โรคสะเก็ดเงินถ้าไม่รีบรักษา ดูแลตนเอง สะเก็ดเงินจะลุกกลามมาก

หลักในการรักษาควบคุมโรคสะเก็ดเงินที่กำเริบ มีดังนี้
1. กำจัด หรือหลีกเลี่ยง ปัจจัยที่กระตุ้น หรือ สนับสนุนให้โรคกำเริบอาจจะเป็นปัจจัยที่อยู่แวดล้อมตัวผู้ป่วย หรืออยู่ในตัวผู้ป่วย
2. ควบคุมรักษา ผื่นหรือปื้นของโรคสะเก็ดเงินที่กำลังเห่อ ด้วยยาหรือแสงอัลตราไวโอเลตโดยเร็ว หรือใช้ทั้ง 2 วิธีร่วมกัน
3. ผู้ป่วยและญาติ มีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก ในการดูแลรักษาผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงิน กล่าวคือการทำจิตใจให้สงบเย็นไม่เร่าร้อน ศึกษาหาความรู้เรื่องโรคที่เป็นอยู่ แพทย์ผู้ดูแลรักษามีหน้าที่ให้คำแนะนำ ให้ยาที่ถูกต้องเหมาะสม หรือใช้แสงอัลตราไวโอเลตควบคุมโรค ดังจะได้กล่าวถึงต่อไป ที่สำคัญแพทย์ควรให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องโรค วิธีการใช้ยาที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยและญาติ ตลอดจนให้กำลังใจ และความเห็นอกเห็นใจ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติได้ทราบวิธีปฏิบัติตัว วิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง ทำให้ผลการรักษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่มุ่งหวังไว้ ผู้ป่วยและญาติควรทราบว่า แพทย์ไม่สามารถแก้ไข ความผิดปกติบางอย่างทางพันธุกรรมที่มีอยู่ในเซลล์ของผู้ป่วยได้ ดังนั้น การกำจัด หรือ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมให้โรคกำเริบจึงมีความสำคัญพอๆ กับการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการผื่นผิวหนังอักเสบ เพราะถ้าสามารถกำจัดปัจจัยเหล่านี้ไปได้ ผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงินก็มีแนวโน้มที่จะสงบลง การใช้ยาหรือแสงอัลตราไวโอเลต จะสามารถควบคุมอาการของโรคได้โดยง่าย ผู้ที่สุดที่ผู้ป่วยและญาติจะได้สังเกตและถามตัวเองว่า ได้ทำกิจกรรมอะไรหรือสัมผัสกับอะไรก่อนหน้าที่ผื่นของโรคจะกำเริบ หรือเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อซ่อนเร้นที่อวัยวะใด ได้รับหรือสัมผัสสารเคมีอะไร โดยเฉพาะยา หรือผิวหนังได้รับบาดเจ็บจากสภาวะทางกายภาพอะไรบ้าง เช่นการเสียดสีแกะเกา ปัจจัยทางด้านจิตใจก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเกิดและการกำเริบของโรค ผู้ป่วยที่มีความเครียด เร่าร้อน หงุดหงิด โกรธง่าย ทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินเป็นมากขึ้นและไม่สงบปัญหาต่างๆ ทางด้านจิตใจ ผู้ที่รู้ดีที่สุดคือ ผู้ป่วยและญาติผู้ใกล้ชิด ทั้งผู้ป่วยและญาติควรได้รับการฝึกฝนทางด้านจิตใจ เพื่อให้รู้จักวิธีพิชิตความเครียด และปล่อยวางปัญหาต่างๆลงบ้าง จะช่วยให้จิตใจของผู้ป่วยปลอดโปร่ง โล่ง สบาย เมื่อจิตใจสงบจะส่งผลไปยังร่างกายให้สงบเย็นลง ผื่นผิวหนังจะควบคุมด้วยยาได้ง่ายขึ้น ขอให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคสะเก็ดเงินทุกคนให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถเอาชนะใจตนเองพิชิตความเครียดและโรคที่เป็นอยู่ได้ทุกคน

ที่มาจาก โรคสะเก็ดเงิน ภาควิชาตจวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล
อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน (เรื้อนกวาง)Psoriasis
สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน ห้ามรับประทานอาหารดังต่อไปนี้โดยเด็ดขาด
1. อาหารทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง ปู ส่วนปลาต่างๆ สามารถรับประทานได้ แต่ห้ามรับประทานปลาที่ไม่มีเกล็ด เช่น ปลาดุก ปลาไหล
2. ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว (ถั่วเหลืองรับประทานได้)
3  อาหารที่มีกลูเตนสูง,ข้าวสาลี,ข้าวโอ๊ด,ข้าวบาร์เลย์,ข้าวไรน์
4  ของหมักดอง เช่น ผลไม้ดอง ปูดอง ปลาร้า ผักกาดดอง
5  แป้งขาว เช่น ขนมปัง,เส้นก๋วยเตี๋ยว,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,ซาลาเปา,ปาท่องโก๋ 
6  ระวังร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านที่ต้มน้ำซุปด้วย หัวกุ้ง ปลาหมึกแห้ง
7  อาหารรสจัดต่างๆ เช่น เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด เค็มจัด (ปูเค็ม ปลาเค็ม)
8. อาหารรสหวาน,ผลไม้รสหวานมาก,เลี่ยงน้ำตาลฟอกขาว
9. สัตว์ปีก เช่น เป็ด ห่าน
10. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์,คาเฟอีน เช่น เหล้า เบียร์ ชา กาแฟ
11. ลดในสิ่งที่ตัวเองแพ้ เช่น น้ำผึ้ง,ข้าวโพด
12. เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว ให้เน้นทานเนื้อปลา ข้าวเหนียว
13. อาหารที่มีนมวัวผสม นมวัวมีโปรตีนเคซีน ร่างกายย่อยยาก
14. หลีกเลี่ยงสารเคมีโดยการสัมผัส,สูดดม และงดทานอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส,วัตถุกันเสีย
15. ขนุนสุกๆ คันมากๆ
16. อาหารที่ใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี น้ำมันถั่วเหลือง ทานตะวัน ข้าวโพด ดอกคำฝอย รำข้าว (น้ำมันพวกนี้มี OMEGA 6 สูงทำให้เกิดการอักเสบ) และไขมันทรานส์ (ตัวร้ายที่สุด)
17. ผู้ป่วยราว 20 % จะแพ้อาหาร (NIGHT SHADE) เช่น มะเขือเทศ,มะเขือ,มันฝรั่ง,พริกไทย,พริกใบยาสูบ(บุหรี่),ถั่ว,ข้าวโพด,งา 
 
      อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้ป่วยจะเป็นโรคสะเก็ดเงินเหมือนกัน แต่อาหารต้องห้ามก็ยังคงแตกต่างกันไปด้วย ต้องให้ผู้ป่วยเป็นผู้วินิจฉัยด้วยตนเองว่าอาหารชนิดใดที่ไม่ถูกกับโรคสะเก็ดเงินที่ท่านเป็นอยู่
การดูแลรักษา
     - ท่านทีเป็นโรคนี้ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง มียาหลายชนิดที่ทำให้โรคมีอาการรุนแรงบางครั้งกลายเป็นตุ่มหนองทั่วตัว ( pustular psoriasis ) เช่น ยาแก้ปวดหลังหรือปวดตามข้อ ยารับประทานสเตียรอยด์ ยารักษาความดันโลหิตสูงบางตัวและยารักษาโรคจิตซึมเศร้า
     - ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ ไม่เครียด
     - เมื่อเกิดอาการคันควรหลีกเลี่ยงการเกาหรือทำให้เกิดบาดแผล เพราะจะ ปรากฏผื่น รอยโรคขึ้นมาตรงบาดแผล
     - โรคนี้ควรรักษาอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ ถ้ารักษาไม่ต่อเนื่องบางครั้งจะทำให้โรคมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
     - ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์และบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคกำเริบขึ้น แนะนำให้รับประทานอาหารทะเล เช่น ปลาทะเล จะทำให้อาการของโรคดีขึ้น
     - ผู้ป่วยบางคนเลือกรักษาโดยวิธีฉายแสงอุลตร้าไวโลเลท ( วิธี PUVA ) ในตู้ฉายแสงชนิดพิเศษ
     - การจะเลือกวิธีการรักษาแบบใดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและสภาพภูมิต้านทานของแต่ละคน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Hi Bee Propolis ไฮ บี โปรโพลิส ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง ไม่มีสเตอรอยด์ มารตฐาน CGMPผลิตภัณฑ์ไฮ-บี โพรพอลิส (Hi-Bee Propolis)  คลิกสั่งซื้อ!!
เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้เป็นโรคสะเก็ดเงิน คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ!!!
ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง ไม่มีสเตอรอยด์ ได้รับมาตรฐาน CGMP
เลขทะเบียน อย. 10-3-12050-1-0001

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณธนนนท์ สินฤกษ์ โทร 082-448-0888

สุขภาพน่ารู้
- โรคอัลไซเมอร์ [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคข้อเข่าเสื่อม [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคเกี่ยวกับตา [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคเอดส์ [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคมะเร็ง [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคตับ [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคเบาหวาน [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคความดันโลหิตสูง [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
- โรคหัวใจ [28 สิงหาคม 2554 05:48 น.]
ดูทั้งหมด

สนใจ / สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล *
หมายเลขโทรศัพท์ *
Email *
ข้อความ *

Copyright by doodeekaa.com
Engine by MAKEWEBEASY